คาดิส

คาดิส

คาดิส บิซกาอิโนหัวหน้าคนฝึก อัลบาโร เซร์เบราลีก ลาลิกา 2019–20 เซกุนดาดิบิซิออน อันดับที่ 2 จาก 22 

 

คาดิส ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์nba สมาพันธ์บอลกาดิซจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีไปยังการชี้ทางไปยังการค้นหากาดิซชื่อเต็ม สมาคมบอลกาดิซสมญานาม El Submarino Amarillo (“เรือดำน้ำสีเหลือง”)ตั้ง 10 เดือนกันยายน 1910; 110 ปีกลายสนาม สนามกีฬารามอน เด การ์รันซาปริมาตร 20,724 ที่นั่งประธาน มานูเอล บิซกาอิโนหัวหน้าคนฝึก

อัลบาโร เซร์เบราลีก ลาลิกา
2019–20 เซกุนดาดิบิซิออน อันดับที่ 2 จาก 22 (เลื่อนชั้น)เว็บไซต์ เว็บไซต์ คาดิส ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์nba สโมสรสีชุดทีมเหย้าสีชุดกลุ่มเยี่ยมสมาพันธ์ฟุตบอลกาดิซ (ประเทศสเปน: Cádiz CF) เป็นสมาคมฟุตบอลอาชีพที่ตั้งอยู่เมืองกาดิซ แคว้นอันดาลูซิอา ประเทศสเปน จัดตั้งใน ค.ศ. 1910 เดี๋ยวนี้แข่งในลาลิกา

สนามเหย้าของสมาพันธ์เป็นสนามกีฬารามอน เด การ์รันซา ปริมาตร 20,724 ที่นั่ง1ระหว่าง คริสต์ศักราช 1929–1977 กาดิซแข่งในลีกระดับสองแล้วก็สามของบอลสเปน ใน ค.ศ. 1977

สมาพันธ์เลื่อนชั้นสู่ลาลิกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นเป็นต้นมา สมาพันธ์ได้แข่งขันในลีกสูงสุดถึง 12 ฤดูกาดิซ : สโมสรล้มยักษ์แห่งสเปนที่แฟนบอลหัวเราะในวันที่ทีมปราชัย | MAIN STANDป้ายที่ติดบนทางเดินก่อนลงในสนาม รามอน เดอ การ์รานซ่า ของ กาดิซ ซีเอฟ ถูกเขียนว่า “ผู้ใดกันที่คิดจะเป็นศัตรูกับ

กาดิซ มันผู้นั้นเป็นคนที่เป็นศัตรูกับมนุษยชาติ” มองผิวเผินบางครั้งก็อาจจะราวกับคำขู่คู่ปรปักษ์ของสมาคมนี้ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว ความหมายของป้ายดังที่กล่าวถึงมาแล้วนั้นล้ำลึกกว่านั้น แล้วก็ใจความของมัน ทำให้สโมสรเล็กๆที่เพิ่งเลื่อนชั้น ทำสถิติเอาชนะทั้งยัง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ได้ด้านในเลกเดียว กลุ่มของพวกเขาเกี่ยวพัน

กับมนุษยชาติยังไง ? รวมทั้งสิ่งใดที่ทำให้พวกเขาคึกครื้นได้ขนาดนั้น ? ติดตามเหมาะ Main Standทีมจากเมืองแห่งความสนุก กาดิซ ต่างกันตั้งแต่ที่ตั้ง ในดินแดนอันดาลูเซีย แว่นแคว้นนี้เว้นเสียแต่ กาดิซ แล้ว ยังมีเมืองใหญ่อย่าง เซบีย่า และ กรานาดา แต่ กาดิซ แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ว่าก็มีประวัติศาสตร์เป็นเวลานานกว่า 3,100 ปี

เป็นเมืองท่าเรือหลักของกองกองทัพประเทศสเปนเมื่อครั้งอดีต กาดิซ นั้นเป็นเมืองที่บรรยากาศดี และก็มีประวัติศาสตร์ช้านาน ที่นี่ก้าวหน้าอีกทั้งสถาปัตยกรรมและศิลป์กิ้งก้านต่างๆโดยเฉพาะด้านดนตรี แล้วก็มันเป็นเหมือน DNA ของผู้ที่นี่ พวกเขารักอิสระ แล้วก็มีอารมณ์นักแสดงอย่างเต็มเปี่ยม รวมทั้งโน่นอาจมีผลมายังสโมสรฟุตบอลอย่าง กาดิซ ด้วย

“กาดิซ เป็นเมืองที่บรรเทาแล้วก็เบิกบานอย่างน่าพิศวง” อิซาเบลล่า โนเบิล นักประพันธ์สายท่องเที่ยวที่มีผลงานกับหลายสื่อดัง เอ๋ยถึงวิถีและก็วัฒนธรรมของชาวเมือง “กาดิตาโน” โดยอธิบายว่า ผู้คนที่นี่มีความอบอุ่นแล้วก็เป็นมิตร พวกเขาติดอกติดใจต้อนรับแขกแขก ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มาตรงนี้ควรต้องได้รับความซาบซึ้งกลับมาเสมอ

โน่นทำให้ชมรมแห่งนี้พยายามจะเล่นฟุตบอลให้สนุก ด้วยเหตุว่ารู้ดีว่าแฟนบอลที่นี่ไม่ได้อยากจะดูเพียงแค่บอล พวกเขาอยากมอง

อะไรที่เอ็นเตอร์เทน พวกเขาชอบอะไรที่มันเร้าใจ มีการเคลื่อนไหวที่พริ้วไหว

 

แล้วก็แข็งแรง ดังการเต้นฟลามิงโก้เก๋ที่เป็นเป็นศิลป์การเต้นประจำเมืองที่นี้ แต่ว่าโชคร้ายที่แฟนบอลของพวกเขามักจะไม่เป็นผลการแข่งขันจากที่หวัง กาดิซ ปราศจากความเสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน และก็ใช้เวลาโดยมากสำหรับเพื่อการเล่นลีกล่างๆของประเทศ ซึ่งอย่างเดียวที่แฟนพวกเขาทำ เป็นรับความเจ็บที่เกิดขึ้น รวมทั้งยิ้มรับมันพร้อมคิดเสียว่า

นี่เป็นเพียงแค่ตอนที่ทราม อีกไม่นานก็จะผ่านไป

“กรรมวิธีรับมือกับความปราชัยของแฟนๆที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงนะ ใช้การกระทบกระแทกแดกดันแบบติดอารมณ์ขัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ถือว่าช่วยในการจัดการกับช่วงเวลาที่ไม่ดีได้ดีมาก” ฮวน อันโตนิโอ ริบาส นักข่าว คาดิส ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์nba ท้องถิ่นชาว กาดิซ กล่าว พวกเขาเก่งหัวข้อการเเซว การอำ

และสนุกสนานกับทุกๆเรื่องเป็นอย่างดี ย้อนกลับไปในปี 2015 มีเกมที่รับรองถึงความเป็นมนุษย์เบิกบานของคนกรุง กาดิซ และ แฟนบอลทีมนี้อย่างดีเยี่ยม ในเกมนั้น กาดิซ เปิดบ้านเจอกับ เรอัล มาดริด ที่มี ราฟา เบนิเตซ คุมทีมในรายการ โกปา เดล เรย์ รอบ 32 กลุ่ม เลกแรก … เกมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ราฟา ส่ง เดนิส เชริเชฟ

นักเตะชาวรัสเซีย ลงเป็นตัวจริง ทั้งที่ เชริเชฟ มีโทษแบนในรายการนี้มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ข้างหลังลงเล่นให้กับ บียาร์เรอัล รวมทั้งโดนใบเหลืองในรายการนี้ครบ 3 ใบ

เชริเชฟ ลงไปในสนาม และก็ยิงประตูช่วยให้ มาดริด เป็นฝ่ายออกนำ ตอนที่เกมครึ่งหลังกำลังจะเริ่ม ก็มีข่าวสารที่ส่งตรงมาในกลุ่มแชทของแฟนบอล กาดิซ ว่า “ไอ้หมอนี่มันยังติดโทษแบนจากปีที่แล้วอยู่นี่หว่า” แล้วก็เมื่อมีการเช็คดู ปรากฎว่า มาดริด ทำผิดกฎจริงๆรวมทั้งจำเป็นที่จะต้องโดนลงโทษด้วยการโดนปรับแพ้ แฟนคลับรู้แล้ว

แต่ว่านักเตะในสนามไม่มีผู้ใดทราบ นั่นทำให้แฟนๆกาดิซที่เก่งเรื่องการเย้าแหย่และเสียดสีเก่ง ก็เริ่มร้องเพลง “Cheryshev, te quiero” (เชริเชฟ ฉันรักคุณ) ครั้งใดก็ตาม เชริเชฟ ได้บอล ร้องไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน

… ตัวของ เชริเชฟ น่าจะมึนว่าอยู่ดีๆแฟนบอลคู่ปรปักษ์มาร้องเพลงรักให้กับเขาทำไม ?ก็จำต้องรอคอยกระทั่งหลังจบเกมนั้นแหละถึงจะหายมึนงง เนื่องจากถึง มาดริด จะคว้าชัยด้วยสกอร์ 3-1 แต่กองทัพราชันชุดขาว ก็โดนปรับแพ้ในคราวหลัง

 

ไม่เข้ารอบแบบขายหน้าขายตาอีกทั้งชมรม ไม่ว่าจะฟอร์มดีหรือเปล่า แฟนของ กาดิซ จะมากันอปิ้งแออัด สนามของพวกเขามีความจุ 2 หมื่นคน และก็มีแฟนบอลที่จองตั๋วปีเกินครึ่งของจำนวนทั้งหมด

สิ่งสำคัญคือไม่ว่าการแข่งขันชิงชัยจะสิ้นสุดลงด้วยความแพ้พ่ายหรือชัยชนะ พวกเขาจะมีงานเลี้ยงที่จัดเต็มทั้งแสงสีเสียง เหมือนกับว่ามันเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทุกอาทิตย์ บอลคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาสนุกสนานไม่ว่ากระนั้นก็ตาม
“กาดิซ คือกลุ่มที่ทุกคนรู้จักกันดี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

พวกเราจะยังคงเป็นทีมแห่งความสนุกสนานและมีสีสันเสมอ หน้าที่ของเราคือรับผิดชอบความรู้สึกของแฟนบอล ถ้าหากเราทำได้ดีในสนามด้วย มันจะเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากกว่าเดิมอีก” มานูเอล บิซกาโน่ ประธานสโมสรของพวกเขากล่าวชี้แนะทีม หลังจากเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในช่วงฤดูกาล 2020-21 เดิมทีความสนุกสนานของ

กาดิซ โดนตีค่าไปในทางที่ผิดเล็กน้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดมาแล้ว โดยครั้งปัจจุบันเกิดขึ้นเมื่อฤดู 2005-06 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือพวกเขาตีค่าความสนุกสนานร่าเริง ว่าเป็นเกมบอลที่จำเป็นต้องเล่นแม้กระนั้นเกมบุกแค่นั้น ซึ่งแน่นอนว่าการ

เล่นเกมบุก ควรต้องเล่นด้วยนักฟุตบอลที่มีคุณภาพมากพอ

เพราะถ้าหากไม่เช่นนั้นแล้วบางครั้งอาจจะเป็นกลุ่มตรงกันข้ามที่เป็นข้างเล่นสนุกกับเราแทน กาดิซ ตกชั้นไปนานโข และกระเด็นลงไปถึงขั้นดิวิชั่น 3 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการเงิน, ปัญหาที่เกิดขึ้นทางวิธี หรือปัญหาในห้องแต่งตัวที่เอานักฟุตบอลไม่อยู่ก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว กาดิซ ก็เปลี่ยนแปลงโค้ชไปผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย

แม้กระนั้นก็ไม่พบ คาดิส ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์nba คนไหนกันแน่ที่จะทำทีมได้เข้าถึงจิตวิญญาณของสมาพันธ์สักที จนถึงพวกเขาได้เจอกับ อัลบาโร่ เซร์เบร่า เซร์เบร่า ไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์กับกลุ่มใหญ่เลยสักครั้ง ดีที่สุดในชีวิตของเขาเป็นการควบคุมทีม บียาร์เรอัล ชุดสำรอง ที่เหลือก็ล่องลอยอยู่ภาย

 

ใต้การทำกลุ่มในดิวิชั่น 2-3-4 โดยจะหนักไปทางดิวิชั่น 3 เสียส่วนมาก เขาไม่ใช่คนจากแว่นแคว้นอันดาลูเซีย แต่เมื่อมาอยู่ตรงนี้เขาเรียนรู้และก็ซึมกับวัฒนธรรม เขารู้ดีว่าปัญหาของทีมนี้เป็นยังไง

เขาแบ่งได้ 3 ข้อในวันที่เข้ามาคุมทีมเมื่อปี 2016 คือ กรุ๊ปนักฟุตบอลที่ไม่มีแรงจูงใจ, การขาดนักเตะจากท้องถิ่นที่ต้องการทำเพื่อแฟนคลับจริงๆรวมทั้งการอยู่รวมกันในฐานะสหายร่วมงาน แม้กระนั้นไม่ได้แสดงว่านักเตะแต่ละคนเป็นทีมเดียวกัน เซร์เบร่า เริ่มสร้า

งทีมโดยการยึดถือคติพจน์ประจำสมาพันธ์ที่มีอยู่ว่า “การต่อสู้ที่ไม่มีการเจรจาต่อรอง” (La Lucha no se negocia) พูดอีกนัยหนึ่งเมื่อลงสนามไป จำเป็นต้องอย่าคิดว่าจะลงไปเพียงแค่ผลเสมอหรือเตรียมใจ

เพื่อเป็นฝ่ายแพ้ ไม่ว่าจะพบกลุ่มเก่งแค่ไหน ก็ห้ามแสดงทีท่าไก่อ่อนเด็ดขาด พวกเขาดูไปที่ชัยชนะทุกนัดหมาย ไม่ว่าจะเจอกับ บาร์เซโลน่า หรือเล่นกับทีมชุดบีของตนสำหรับเพื่อการเตรียมพร้อม

“คติพจน์และก็คำขวัญของทีมสุดยอดมาก นั่นเป็นอย่างแรกที่รู้สึก มันไม่ใช่คำกล่าวที่งามหรือติดอกติดใจคนจำนวนมากมากมายหรอก มันสั้นมากมาย มีคำเพียงแค่ 5 คำ แต่มันกระชับมาจน

กระทั่งเอามาใช้ได้จริง ไม่ว่าในโลกบอลหรือในชีวิตยามที่พวกเราต้องเผชิญกับความลำบากและทุกใจ … การต่อสู้ที่ไร้การต่อรอง” เซร์เบร่า กล่าว

มีคำบอกเล่าว่ามนุษย์เรานั้นจำเป็นต้องเดินทางไปตลอดชาติ จนกว่าจะพบที่ที่มีความคิดว่าเป็นของตนเองจริงๆและก็สำหรับ เซร์เบร่า เขาบางครั้งอาจจะไม่ใช่คนเมืองนี้ แต่ว่าเขาก็ถูกใจวัฒนธรรม การดำรงชีวิต และไลฟ์สไตล์ของ กาดิซ ที่สุด
“กาดิซ เป็นเหมือนตอนนี้รวมทั้งอนาคตของผม

ตอนที่ผมได้งานและก็ทราบการดำรงชีวิตที่นี่ ผมทราบดีว่าชีวิตผู้ฝึกสอนบอลของผมจำเป็นจะต้องแปรไป ไลฟ์สไตล์ของคนที่นี่เข้ากับการใช้ชีวิตของผม

เรารวมตัวกันติด พวกเรารู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันจริงๆแล้วก็เมืองๆนี้ทำให้ผมรู้สึกเป็นสุขมากมาย” กาดิซ เมืองแห่งศิลปะและก็ปาร์ตี้ เปลี่ยนเป็นเมืองที่จะสอนให้ เซร์เบร่า เรียนรู้ชีวิตการทำงานโค้ชครั้งสำคัญ เขาแล้วก็กลุ่มจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ไปพร้อมเพียงกัน จาก

ดิวิชั่น 3 จนกระทั่งลีกสูงสุด พวกเขามีทางเดินอีกไกลรออยู่

 

แม้กระนั้นเมื่อพวกเขารวมกันติดคำขวัญที่ว่า “การต่อสู้ที่ไม่มีซึ่งการต่อรอง” ก็กลายเป็นสารตั้งต้นที่ทำให้น้อยทีมนักจะหยุด กาดิซ อยู่ การต่อสู้ที่ไร้การเจรจาต่อรอง การทำงานรวมทั้งเรียนรู้ของ

เซร์เบร่า ที่ กาดิซ ทำให้เขาได้รับประสบการณ์หลายชนิดที่ไม่เคยเจอ สิ่งแรกเป็นเขาวางกฎแบบไม่เข้มจนกระทั่งเกินไปนัก เปิดกว้างสำหรับนักเตะทุกคน เขาต้องการที่จะให้ลูกทีมมีเสรีภาพ

ไม่ต้องตรงเป๊ะตามกฎเป็นไม้บรรทัดพลาดท่าเดียว ชีวิตที่ กาดิซ ขับไปได้ด้วยความสำราญรวมทั้งอิสระ เขาเชื่อเช่นนั้น จวบจนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ทำความเข้าใจของใหม่ นักเตะคนหนึ่งของทีมหายไป

ระหว่างการฝึกฝน รวมทั้งโดดซ้อมบ่อยมากขึ้นในเวลานั้น เซร์เบร่า ถึงกับงงคาดิส ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ วิเคราะห์nba เพราะเหตุว่าเขา

มีความรู้สึกว่าการให้อิสระคือวิธีการทำให้ทุกคนต้องการสนุกกับฟุตบอลของเขา รวมทั้งประสบการณ์นั้นได้เปลี่ยนเขาไปอีกขั้น นั่นเป็นความสุขรวมทั้งสนุกจำต้องมาคู่กับความรับผิดชอบด้วย เขาตัดชื่อนักฟุตบอลคนนั้นออกมาจากทีม และบอกทั้งทีมให้ทราบดีว่า “การต่อสู้ที่ไม่มีซึ่งการเจรจาต่อรอง” ที่แท้จริงเป็นอย่างไร

“พวกเราศึกษาการทำงาน เซร์เบร่า เขาเป็นผู้ฝึกสอนประเภทใจนักเลง เขาทำให้ทุกคนในกลุ่มทราบว่าการฝึกซ้อมแต่ละคนทุกคนมีบทบาทอะไรบ้าง กลุ่มปรารถนาอะไรจากการซ้อมคราวนี้”

ซัลบี นักเตะของ กาดิซ ที่อยู่กับกลุ่มมาตั้งแต่ ดิวิชั่น 2 กล่าว เขากำลังจะบอกว่า เซร์เบร่า ให้สิทธิ์รวมทั้งเสรีภาพกับนักฟุตบอลในทีมสูงมากมาย เนื่องจากว่าเขาเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน

รวมทั้งสิ่งเดียวที่เขาเรียกร้องจากนักเตะในทีม เป็นการตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ได้รับมอบหมายออกมาด้วยความเพียรพยายามระดับสูงสุด

ส่วนจะดีหรือไม่นั้น ถือเป็นความสำคัญอันดับ 2
“พูดตรงๆเป็นผมเติบโตขึ้นมากสำหรับเพื่อการเป็นนักเตะของ กาดิซ และก็ลูกทีมของ เซร์เบร่า คราวก่อนผมเป็นนักเตะใจร้อน แต่เวลานี้ใจเย็นขึ้นมาเลย พวกเราจำต้องระลึกเสมอ

เวลาไหนควรจะแสดงออกอย่างไร เซร์เบร่า สอนผมมากไม่น้อยเลยทีเดียวทั้งยังเรื่องฟุตบอลและก็เรื่องของชีวิต จิตวิญญาณของการต่อสู้ที่ไม่มีข้อเรียกร้องใช้ได้จริงอีกทั้งในรวมทั้งนอกสนาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงคิดบวกเข้าไว้” ซัลบี กล่าว

กลับหน้าหลัก