เลี้ยงนกฮูก

วิธีการเลี้ยงนกฮูก
-เลี้ยงกรงแบบในหนังแฮรี่ไม่ได้ นั่นมันในหนัง
-พื้นที่ต้องกว้าง ทางที่ดีไปหาซื้อ รากไม้เก่าๆแถวๆยุทยา หรือที่ไหนก็ได้แล้วแต่
-มันเป็นนกกลางคืนไม่ชอบแสงสว่างมากๆ แต่ไม่ใช่ไม่มีแสงเลยนะ
-ถ้ามันเชื่องๆ (ถ้าเลี้ยงแต่เล็กๆนะ)ให้มันออกมา จากกรงบ่อยๆ ตอนใกล้ๆจะมืด ให้มานออกมา แล้วระวังเล็บของมันด้วยละ
-ระวังถ้ามีสัตว์ อื่นๆในบ้าน เช่น หนู แมร่งแดก แฮมทาโร่ ตัวโปรดไปละ ถ้าบ้านหนูมากเอามานไปเลี้ยงได้เลย ท้าเลย จะเจอ ศพ หนูที่มานจับมากินทุกวัน ตอนนี้ ไม่ชอบแล้ว เอามานไปไว้นอกบ้าน ยกแมร่งทั้งตอ นะล่ะ แต่มันไม่ยอมไปที่อื่น

เลี้ยงนกฮูก –นกฮูกมีดวงตาเป็นลักษณะท่อยาว ดวงตาของนกฮูกมีขนาดใหญ่แต่ไม่ได้มีลักษณะเป็นกลมเหมือนสัตว์ทั่วไป ดวงตาของมันจะเป็นท่อยาวจนสุดกะโหลกศีรษะด้านหลังทำให้พวกมันมีการมองเห็นที่ดีสามารถมองเห็นเหยื่อได้จากระยะไกล แต่นกฮูกจะไม่สามารถกรอกดวงตาไปมาได้จึงต้องอาศัยการหมุนศีรษะแทน

นกฮูกมี 3 เปลือกตา เปลือกตาแต่ละชั้นมีหน้าที่ ๆ ต่างกัน เปลือกตาชั้นที่หนึ่งใช้สำหรับการกระพริบตา เปลือกตาชั้นที่สองใช้สำหรับการนอนหลับ เปลือกตาชั้นที่สามให้สำหรับการทำความสะอาดและปกป้องผิวของดวงตา

ศีรษะของนกฮูกหมุนได้รวม 360 องศา นกฮูกสามารถหมุนได้ 270 องศา หรือข้างละ 135 องศา หลอดเลือดบริเวณศีรษะของมันสามารถยืดหยุ่นและลำเลียงเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนบนได้แม้พวกมันกำลังหมุนหรือบิดศีรษะ นกฮูกมีใบหน้าที่แบนซึ่งใบหน้าที่แบนราบของนกฮูกสามารถทำให้ได้ยินเสียงต่าง ๆ ได้ขึ้นเป็นสิบเท่าของมนุษย์ ดังนั้นพวกมันจึงสามารถได้ยินเสียงบางอย่างที่มนุษย์อาจจะไม่ได้ยิน

ไม่ว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนแล้ว มนุษย์เราก็ยังคงมีความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติ อย่างไม่มีวันแยกออกจากกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภูตผีปีศาจ เทพเจ้า หรือโชคลางต่างๆ ก็ตามที ในหลายๆ พื้นที่ของโลก นกฮูกถือเป็นสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องกับโชคร้ายและความตาย แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่านกฮูกจะเป็นสัตว์ที่ถูกนำไปโยงเกี่ยวกับสิ่งชั่วร้ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะนกฮูกยังแสดงถึงความสุขุมรอบคอบ และความร่ำรวย จากการเป็นสัตว์ของเทพเจ้าในบางวัฒนธรรมอีกด้วย
ทวีปอเมริกา ชาวอเมริกันพื้นเมือง หรืออินเดียนแดงในสมัยก่อน จะห้ามไม่ให้ผู้คนยุ่งเกี่ยวกับนกฮูกโดยเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าพวกมันมีความใกล้ชิดอย่างมากกับเวทมนตร์แห่งปีศาจ ฉะนั้น การมีขนนกฮูกไว้ในครอบครองจึงแสดงถึงการเล่นเวทมนตร์คาถา สำหรับชาวแอสเทก ชาวมายา และชาวเมโสอเมริกาพื้นเมือง เชื่อว่า นกฮูกเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้างและความตาย ในทวีปเอเชีย ตามวัฒนธรรมญี่ปุ่น นกฮูกถูกมองว่าเป็นทั้งสัญลักษณ์ด้านบวกและด้านลบ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของมัน เช่น

  • นกฮูกเหยี่ยวถือเป็นผู้นำสารจากเทพเจ้า เป็นสัญลักษณ์ด้านบวก
  • ในขณะที่นกฮูกยุ้งหรือนกแสกถือเป็นนกปีศาจ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ด้านลบ

ส่วนวัฒนธรรมอินเดีย ถือว่านกฮูกที่มีสีขาวเป็นสัตว์ข้างกายของเทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์มั่งคั่ง เป็นผู้นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ในภาษาพูดของอินเดียนั้น การพูดถึงนกฮูกเป็นการพูดเพื่อแสดงถึงความโง่เขลาเสมอ อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปในสมัยก่อนการเกิดของศาสนาอิสลาม นกฮูกถือเป็นลางร้ายสำหรับพวกที่ยังไม่มีศาสนาส่วนมากในสมัยนั้น ทวีปยุโรป ตามตำนานเทพเจ้าของชาวกรีก นกฮูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นกฮูกจิ๋ว มักจะมีความเกี่ยวข้องกับเทพีอเธนา เทพีแห่งนกของกรีก ผู้ซึ่งมักจะปรากฏกายมาในรูปแบบของนกฮูก นอกจากนั้นจะเป็นเทพีแห่งนกแล้ว เทพีอเธนา ยังเป็นเทพีแห่งความสุขุม ศิลปะ และทักษะความชำนาญ อีกด้วย เพราะฉะนั้น นกฮูกจึงเป็นสัญลักษณ์ของการสอน และสถาบันการศึกษาต่างๆ สำหรับชาวโรมัน นั้นมีความเชื่อเรื่องนกฮูกค่อนข้างคล้ายคลึงกับชาวกรีก แต่กระนั้นก็ตาม ใช่ว่าชาวโรมันจะมองนกฮูกในด้านบวกอย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ เพราะชาวโรมันยังถือว่านกฮูกเป็นนกแห่งงานศพด้วย เนื่องจากนิสัยออกหากินในเวลากลางคืนผนวกกับนิสัยชอบทำรังในที่ลับที่ไม่มีใครเข้าถึง และด้วยเหตุนี้เอง การเห็นนกฮูกในเวลากลางวันจึงถือเป็นลางร้าย ส่วนในวัฒนธรรมโรมาเนีย เสียงร้องอันน่าเศร้าสลดของนกฮูกถือว่าเป็นคำทำนายถึงความตายของคนบางคนที่อาศัยอยู่ในแถบนั้น นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่น่าสนใจเกี่ยวกับนกฮูกอีกมากมาย เช่น การได้ยินเสียงร้องของนกฮูกหมายถึงลางร้าย จะต้องแก้เคล็ดด้วยการเอาเหล็กไปเผาไฟ หรือไม่ก็นำเกลือ พริกไทย หรือ น้ำส้มไปสาดใส่กองไฟ เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะทำให้นกฮูกเจ็บลิ้น และส่งเสียงร้องไม่ได้อีก คนใกล้ชิดเราจะไม่มีใครต้องโชคร้าย เป็นต้น

Leave a comment