แมว สายพันธุ์

หากพูดถึงเรื่องของน้องเหมียว เพื่อนๆ มีสายพันธุ์แมวไหนที่สนใจเป็นพิเศษกันบ้างรึยังคะ? แล้วรู้ไหมคะว่าน้องแมวที่คนไทยนิยมเลี้ยงกันนั้นมีพันธุ์อะไรบ้าง ลองมาดูความน่ารักของน้องเหมียวที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้กันดีกว่าค่ะ ว่ามีสายพันธุ์อะไรกันบ้างน้า

แมวสายพันธุ์แมวเปอร์เซีย (Persian) ถือได้ว่าเป็นแมวที่สวยงามมากในทางฝั่งตะวันออกกลาง แน่นอนเลยว่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเปอร์เซีย หรือประเทศตุรกีกับอิหร่านในปัจจุบัน เปอร์เซียถือเป็นแมวต่างประเทศสายพันธุ์แรกๆ เลยก็ว่าได้ที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย จึงทำให้แมวสายพันธุ์นี้ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนรักแมว เพราะนอกจากจะมีหน้าตาน่าเอ็นดูแล้ว ขนฟูของเจ้าแมวเปอร์เซียนี้ยังมีสีสันที่หลากหลาย และนิสัยส่วนตัวก็แสนน่ารักอีกด้วยล่ะค่ะ แหม่…แบบนี้ใครไม่ตกหลุมรักก็บ้าแล้ว

การเลี้ยงดูแมวเปอร์เซีย เนื่องจากลักษณะของเจ้าเปอร์เซียนั้นมีหัวและหน้ากลม หน้าผากโหนก แก้มเต็ม ดวงตากลมโต มีจมูกที่หัก พูดง่ายๆ ก็คือ สังเกตได้เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นจุดหักระหว่างจมูกกับหน้าผากได้อย่างชัดเจนนั่นเองค่ะ และนอกจากหน้าตาที่น่ารักแล้ว ยังเป็นแมวที่ขี้ประจบ มีความซุกซน เข้ากับคนได้ง่าย และเป็นแมวที่มีไหวพริบมากทีเดียว จงคำนึงไว้เสมอว่า การดูแลขนของแมวเปอร์เซียนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นทำความสะอาด แปรงขนเจ้าเหมียวของเราอยู่บ่อยๆ เพื่อให้ขนสวย ไม่เป็นสังกะตัง แถมยังจะช่วยไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค รวมทั้งพยาธิต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ และเป็นที่อยู่ของเห็บหมัดอีกด้วย

แมวสายพันธุ์อเมริกันช็อตแฮร์ (American Short Hair) แมวสายพันธุ์อเมริกาที่สืบเชื้อสายมาจากประเทศในแถบยุโรป และแพร่พันธุ์มายังอเมริกา เมื่อสมัยที่ชาวยุโรปเดินทางไปแสวงหาถิ่นที่อยู่ใหม่ โดยพวกเขาได้นำแมวอเมริกันช็อตแฮร์ติดเรือไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้หนูทำลายข้าวของ และได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ในเวลาต่อมา จนกระทั่งกลายเป็นแมวพื้นเมืองขนสั้นของอเมริกาไปในที่สุด

การเลี้ยงดูแมวอเมริกันช็อตแฮร์ โดยทั่วไปแล้วน้องเหมียวอเมริกันชอร์ตแฮร์จะมีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ลำตัวโต มีกล้ามเนื้อแข็งแรง มองเห็นชัดเจน อกใหญ่ ขาใหญ่ ใบหูมีขอบเป็นทรงกลมมน ส่วนหัวมีลักษณะเป็นรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นสีเขียวมรกต มีลักษณะสีขน ส่วนอุปนิสัยของอเมริกันช็อตแฮร์นั้นเป็นแมวที่ช่างสงสัย นิสัยร่าเริง ชอบเล่น มีเสน่ห์ แต่จะฝึกค่อนข้างยาก เจ้าของควรจะคลุกคลีและอยู่กับแมวให้มากๆ การดูแลเจ้าเหมียวพันธุ์นี้ก็จะค่อนข้างยุ่งยากไปสักหน่อยค่ะ เพราะว่าน้องจะค่อนข้างที่จะเป็นหวัดง่าย และเป็นเชื้อราง่าย โดยก่อนจะตัดสินใจเลี้ยงน้องแมวพันธุ์นี้ ควรศึกษาและทำความเข้าใจให้ดีก่อน เพราะถ้าหากเจ้าของดูแลไม่ดีก็จะเลี้ยงลำบาก สำหรับใครที่เลี้ยงอยู่แล้ว ควรพาแมวไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนเป็นประจำ ส่วนปัญหาถัดมาคือ น้องจะขนร่วง แต่เรื่องนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหาอะไรมากมายนักค่ะ เพราะน้องจะผลัดขนเพียงแค่ปีละ 2ครั้ง เท่านั้นจ้า

แมวสายพันธุ์สก็อตติช โฟลด์ (Scottish Fold) เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศสกอตแลนด์ โดยแมวพันธุ์ Scottish Fold นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1961 ในสกอตแลนด์ ชื่อว่า Susie มีลักษณะเป็นแมวสีขาวที่มีหูพับไปมาทั้งด้านหน้า และด้านหลังได้ ใบหน้ามีลักษณะคล้ายนกฮูก หรือหน้าของตัวนาก ผู้ที่สังเกตเห็นคนแรกคือ William Ross มีอาชีพเป็นคนเลี้ยงแกะ William และ Marry ภรรยาของเขาเป็นคนที่รักแมวมาก ทั้งคู่สนใจในตัวของเจ้า Susie เป็นอย่างมากมาก เมื่อเจ้า Susie ได้ออกลูกเป็นลูกแมวหูพับ 2 ตัว ครอบครัวของเขาจึงขอลูกแมวตัวเมียตัวหนึ่งมาเลี้ยง และได้ตั้งชื่อว่า Snooks นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของสายพันธุ์ Scottish Fold

การเลี้ยงดูแมวสก็อตติช โฟลด์ โดยเจ้าสก็อตติช โฟลด์ จะเป็นแมวที่ไม่ค่อยส่งเสียง และชอบทำกิจกรรมในระดับผู้ดีคือ ไม่ค่อยกระโดดไปเล่นซนนัก มันชอบที่จะเล่นเฉพาะเวลาที่มีเจ้าของมาร่วมเล่นด้วยเท่านั้น เจ้าเหมียวสายพันธุ์นี้จะมี 2 แบบ คือ ขนสั้นกับขนยาว ซึ่งทั้ง 2 แบบจะมีลักษณะตัวกลม หัวกลม ช่วงคอสั้น ดวงตากลมใหญ่ และมีหูตั้งตรงขนาดกลาง ไปจนถึงหูพับขนาดเล็ก ปลายหูส่วนใหญ่จะกลม หูของลูกแมวจะเริ่มพับในช่วง 2-3 อาทิตย์แรก ซึ่งบางตัวมีปากโค้งได้รูปรับกับคางพอดี จึงเป็นที่มาของสมญานามว่า Smiling Cat หรือ แมวยิ้ม นั่นเอง บางตัวอาจไม่ชอบนอนบนตัก แต่เลือกที่จะอยู่ใกล้ๆ กับเจ้าของแทน เหตุอาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งเจ้าเหมียวพันธุ์นี้มีอุปนิสัยน่ารัก และค่อนข้างสุภาพเรียบร้อย แถมยังขี้อ้อนแบบสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ แหมเป็นใครใครจะไม่รัก แถมการดูแลเจ้าเหมียวสก็อตติชนี้ก็ง่ายแสนง่าย แค่หมั่นแปรงขน 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ แต่คงต้องเพิ่มการดูแลมากขึ้นอีกสักหน่อยนะคะ เพราะหากคุณเลือกที่จะเลี้ยงแบบขนยาวแล้วล่ะก็ ต้องดูแลเยอะสักหน่อยโดยเฉพาะบริเวณใบหูของน้องแมวนั่นเอง ให้หมั่นทำความสะอาดบ่อยครั้งพอๆ กับการแปรงขน เพราะการที่เราดูแลน้องแมวให้ดีก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของน้องนั่นเองจ้า

แมวสายพันธุ์แมวโคราช (Korat) เจ้าเหมียวพันธุ์นี้มีชื่อเรียกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แมวมาเลศ แมวดอกเลา หรือแมวสีสวาด ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17 แมวมงคลของไทย ที่ได้รับพระราชทานชื่อมาจาก สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 5 ตามแหล่งกำเนิดของแมวพันธุ์นี้พบใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ชื่อเสียงของแมวโคราชโด่งดังไปทั่วโลก หลังจากชนะเลิศงานประกวดประจำปีที่สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1966 ว้าว ว ว ว ว แมวไทยดังไกลไปเมืองนอกเลยนะเหมี๊ยว

การเลี้ยงดูแมวโคราช ลักษณะแมวโคราชนั้นจะมีขนเรียบ โคนขนสีเทาขุ่น ส่วนปลายขนนั้นจะเป็นสีคล้ายผมหงอก และเป็นสีเช่นนี้ตลอดทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายหาง โดยปกติแล้ววิธีการดูแลก็จะเหมือนแมวไทยทั่วไปนั่นแหละค่ะ เราต้องฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด และควรใส่ใจในเรื่องการถ่ายพยาธิให้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีน 3 ชนิดต่อปีให้ครบถ้วน นั่นก็คือ วัคซีนป้องกันหัดแมว ลูคีเมีย และพิษสุนัขบ้า นั่นเองค่ะ

แมวสายพันธุ์แมวขาวมณี  เรื่องของขาวมณีนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความเป็นมาที่ชัดเจนสักเท่าไรค่ะ เพราะจากประวัติที่ว่ามานั้น ขาวมณีจะเริ่มมีให้พบเห็นมากก็ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งมีข้อสันนิษฐานกันว่า ขาวมณีน่าจะเป็นแมวที่ติดมากับเรือสำเภาของพ่อค้าจีน ที่เลี้ยงไว้จับหนูบนเรือ แต่เนื่องจากสีขาวเป็นสีที่ดูสะอาด และเป็นสีมงคลสำหรับคนไทย ดังนั้น แมวขาวมณีจึงกลายเป็นแมวบ้านนับจากนั้นเป็นต้นมา ที่สำคัญแมวพันธุ์นี้ยังเป็นแมวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดปรานเป็นพิเศษด้วย

การเลี้ยงดูแมวขาวมณี จุดเด่นของแมวขาวมณี นอกจากจะมีขนสีขาวปลอดทั่วทั้งตัวแล้ว นัยน์ตาทั้ง 2 ข้างของแมวขาวมณียังแตกต่างไปจากแมวไทยพันธุ์อื่น โดยมีทั้งนัยน์ตาสีฟ้า สีเหลืองอำพัน และตา 2 สี ขนสีขาวเนียนสนิท โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้าขาวมณีนี้เป็นแมวเชื่อง ช่างประจบประแจง ชอบเข้ามาออดอ้อน ไม่ว่าเจ้าของจะทำอะไรอยู่ก็ตาม แถมเชื่อฟังคำสั่งเจ้าของ จึงเหมาะกับการเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ดีเลยทีเดียว โดยส่วนมากมักจะนิยมเลี้ยงขาวมณีไว้เป็นคู่ ว่าแล้วก็อยากจะเลี้ยงแมวตัวขาวๆ ไว้แก้เหงาสักตัวแล้วล่ะสิ

Leave a comment